แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลกละ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลกละ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

Chiness_YEAR


ฝากหน่อย

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

My Data1

สวัสดีครับตอนนี้ผมได้มีโอกาสซะที
กับรายงานเรื่อง Paul Renner ซึ่งค้างคาใจมานานแสนนาน
ตอนนี้ผมได้ข้อมูลมาเพิ่ม ก็เลยอยากจะพยายามเรียบเรียง
มาลงในบลอคเก็บไว้ดูต่างหน้า อ. ผู้สอนทั้งสองท่าน
ที่ช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาของผม
__________________________________________
ในอันดับแรก ผมไม่แนะนำกับการนำข้อความของผมไปใช้ในการอ้างอิงใดๆ
ไม่ใช่เพราะอะไร ผมคิดว่าสิ่งในบลอคของผมไม่ได้มีความสมบูรณ์ พอ
ถือว่า ตอบสนองกับเรื่องการสร้าง Data เอาสนุกๆละกัน
__________________________________________
Paul Renner มีความสำคัญเช่นไร ในเมื่อเขาเองก็มิใช่นักออกแบบ
หรือศิลปินเอกของโลกในยุคที่วงล้อของโลกได้หมุนอย่างรวดเร็ว
และเปลี่ยนแปลง

อย่างน้อยๆคำถามแรกที่ได้จากคำสั่งในการค้นคว้าก็คือ
Renner มีความสำคัญยังไง ในเมื่อ ในรายชื่อการค้นคว้าของชั้นเรียนขณะนั้น
เต็มไปด้วยรายชื่อ ของนักออกแบบนามอุโฆษแห่งยุคแทบทุกราย
(Flecher,Sagmister,Carson,Kenya Hara ฯลฯ) ความแตกต่างของ Rennerในขณะนั้น
กับรายชื่อนักออกแบบคนอื่นๆ มีมากขึ้นทุกขณะ

กล่าวโดยย่อ Paul Renner(Paul Friedrich AuGust Renner)
เกิดเมื่อ 9สิงหาคม 1878 ก่อนผ่านช่วงชีวิตต่างๆ และพื้นเพทางครอบครัว
จนมาสู่การทำงาน เป็นอาจารย์ของ Bauhaus ตัว Renner เองมีบทบาท
ในแง่ของทั้งการเป็นอาจารย์ และนักออกแบบในยุคที่กำลังผลักดันแนวคิดของ
Bauhaus สู่ความเป็น(Modernism) แนวคิดกระแสหลักกระแสหนึ่งของโลกจนปัจจุบัน

Paul Renner มักเป็นที่รู้จักในฐานะของอาจารย์และนักออกแบบ แต่ตัวของเขาเอง
ก็ยังคงชื่นชม และมีความสามารถทางศิลปะจำพวกการวาดภาพอยู่ไม่น้อย
ด้วยแนวความคิดและความสนใจในเรื่องของการออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆของเขา
นำพาไปสู่การตั้งคำถามในเรื่องการจัดการกับตัวอักษร และการออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆ
ที่ช่วยขยายขอบเขตของแนวคิด Bauhaus ที่คนทั่วไปมักเข้าใจในรูปแบบของ งานทางสถาปัตยกรรม
ประติมากรรม หรือทางจิตรกรรม ให้เพิ่มมากขึ้น (ด้วยความเห็นส่วนตัวผมเข้าใจว่าขอบเขตทางการจัดการ และออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคนั้น ยังไม่โดดเด่น และได้รับความสนใจมากเท่างานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งจะสังเกตุได้จากการเปลี่ยนแปลงหลักๆเราจะมองเห็นรูปธรรมจากงานออกแบบ
ทางสถาปัตยกรรมเด่นชัดมากกว่าทางสาขาอื่นพอสมควร)
การถกเถียงกันในเรื่องความสำคัญของตัวอักษร และสิ่งพิมพ์ในพื้นฐานความเป็นวัฒนธรรมของเยอรมัน ความหัวก้าวหน้าที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและมองหาอัตลักษณ์ของเยอรมันในยุคนั้น
ความเห็นที่มีต่อความเหมาะสมของ StyleในLetter form ของเยอรมัน เพื่อมาสู่ทางเลือกที่มากกว่า
Gothic / Roman Style ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

------------------------------------------------
เอาเป็นว่าติดไว้ก่อนถ้าชอบผมคงจะอัพต่อ
ผมว่าหลังจากการศึกษาเรื่องของ Paul Renner
มันมีความน่าสนใจมากมาย ทั้งในเร่ื่องที่เราพยายามจะมี
หรือเรื่องที่เรามีแล้วแต่เราไม่เป็นในสังคมไทยๆ แบบของเรา

วงล้อทางการศึกษาของเราในเรื่องต่างๆ มันขาดๆเกินๆ กับอะไรอยู่?

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551

การทำอาหาร

ด้วยความเขลาของผมเองที่ทำให้ผม มีคำถามค้างคาใจอยู่ยาวนานพอสมควร
ยิ่งคิดยิ่งรู้ว่าโง่ ใครจะว่าก็เอาเหอะเพราะไม่มีคนอ่านอยุ๋แล้ว ^ ^
ผมหลงอยู่นานพอสมควร วันนึงก็มีคนบอกผมว่า kitsch ซึ่งผมไม่รุ้จิงๆนะว่ามันคืออะไร
ผมพยายามหาคนที่เข้าใจมาอธิบายผมก็ไม่เข้าใจ ผมอ่านก็ไม่เข้าใจ
มีคนแสดงความรู้ต่อหน้าผมก็ไม่เข้าใจ ความโง่ของผมถ้าเป็นบัว4เหล่า
น่าจะอยู่แถวๆขอบๆแกนโลก ผมเพิ่งมาอ๋อเมื่อเช้านี้เองบังเอิญดูรายการสำหรับเด็กแล้วแว๊บเข้ามาพอดี

ผมเองคงมัวแต่มองหาตัวอย่างนานามาอธิบาย (kitsch) โดยการปฎิเสธความจริงซึ่งมันอยู่ใกล้ตัวเกินไปนิดอะ
ภาษาบ้านๆคงใช้คำว่ามองตัวไม่เห็นตน ผมลืมไปว่าจริงๆแล้วผมเองก็คือมันนี่เอง ไม่เห้นต้องเสียเวลาให้มากมาย
แล้วคำอธิบายเรื่องนี้(kitsch) จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่
หรือว่าผมมองแคบไปว่าkitsch ควรจะอธิบายได้ด้วยศาสตร์ที่ผมสนใจเท่านั้นก็ไม่รุ้ มันเลยไม่เข้าใจซะที
วันนี้ผมเริ่มมองเห็นทางที่จะเข้าใจมันแล้ว เลยรุ้สึกว่ามันง่ายจิงๆ (ดีใจ) ต่อไปผมคงเข้าใจมันมากขึ้น
จะได้เป็นคนมีความรู้ซะที

ในทันทีที่ผมเห็นทางที่จะเข้าใจมัน ผมกลับหาคู่ตรงข้ามของมันพอดี บังเอิญหนังสือเล่มที่ชอบมันมีคำนึงถูกใจ
เลยคิดว่าหนทางดับkitsch คือความอ้างว้าง (emptiness must itself be emptied.)
ผมฉุกคิดได้ตอนเล่น hi5 กับศาสนาตัวเองก็เลยนึกถึงสัญลักษณ์หยินหยางว่าแม้ในพื้นที่ขาวยังมีจุดดำ
คงจะจริงที่ว่าไม่มีอภิมนุษย์คนไหนสามารถหลุดพ้นความkitschได้มั้งในยุคนี้ เพราะไม่งั้นมันจะ
กลายเป็นเพียงความหมกมุ่นเพื่อหลุดพ้นจากkitsch เสียเปล่าๆ

เสียดายพอเอ่ยคำว่า kitsch มันฟังดูเลวๆยังไงชอบกล ผมว่าไม่นะ

พัฒนาการ

พัฒนาการ
ไม่เหมาะกับคำนี้เพราะมันแปลว่าดีขึ้น
แต่ที่รู้แน่ๆพ่อแม่คงเสียใจ
////////////////////////